วันจันทร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2560

มัลดีฟส์ : สวรรค์ของคนรักทะเล



ก่อนอื่นต้องให้ความรู้คร่าวๆเกี่ยวกับมัลดีฟส์กันก่อนนะค่ะ มัลดีฟส์เป็นประเทศที่ประกอบไปด้วยหมู่เกาะมากมายเป็นรูปวงแหวนตั้งอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย  ซึ่งมีคนอาศัยอยู่ประมาณ 250 เกาะที่เหลือเป็นเกาะให้สัมปทานทำเป็นรีสอร์ทหรูและเป็นที่อยู่ของสัตว์ โดยหมู่เกาะเล็กๆนั้นจับกลุ่มกันเรียกว่า อะตอลซึ่งมีทั้งหมด 26 อะตอล  ประเทศมัลดีฟส์มีเมืองหลวงชื่อ มาเล่ ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามและเป็นประเทศที่มีขนาดเล็กที่สุดในทวีปเอเชีย
เอาล่ะค่ะ..ทำความรู้จักกันไปแล้วก็มาเริ่มออกเดินทางตามสไตล์เป้เดินทางกันเลยนะค่ะ เมื่อพูดถึงมัลดีฟส์แล้วหลายคนก็คงจะนึกถึงบังกะโลกลางทะเล น้ำทะเลใสๆสีเขียวมรกตและแน่นอนเรื่องค่าใช้จ่ายมันต้องแพงมากอยู่แล้วค่ะเพราะมันคือมัลดีฟส์ แต่!!!! มันไม่ใช่ทั้งหมดค่ะ คนธรรมดามนุษย์เงินเดือนอย่างเราก็สามารถไปเยือนได้ค่ะ  เอ๊ะยังไงนะหรออย่ารอช้าค่ะรีบตามเรามาสิ..เราจะพาไปเปิดประสบการณ์การเดินทางแบบใหม่ ว่าแล้วก็แบกเป้ตามมาเลยค่ะ....

5 กค. 60 เริ่มต้นออกเดินทางกะทางหางแดงสายการบินที่ทำให้ฝันเราเป็นจริงเพื่อไปต่อเครื่องที่ KL จากนั้นก็บินต่อจาก KL สู่ Male กับหางแดงเช่นเคยด้วยไฟท์ AK72 เวลา 6.55-8.10 pm. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชม.ค่ะ  ซึ่งเวลาที่นั่นช้ากว่าเมืองไทย 2 ชม. จากนั้นก็เดินออกจากตัวอาคารเพื่อขึ้นรถเมล์ไปยังรร. G10 Beach Inn ใน Hulhumale ที่จองไว้ผ่าน booking.com ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10-15 นาทีก็ถึงแล้วค่ะเพราะแต่ละเกาะมันเล็กมากจริงๆ  อีกทางเลือกหนึ่งคุณสามารถจองรร.ที่มาเล่ได้นะค่ะโดยนั่งเรือจากหน้าสนามบินไปได้เลย  แต่ราคารร.ที่นั่นจะแพงกว่า  ทันที่ที่มาถึงรร.สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ต้มมาม่าค่ะเพราะร้านอาหารที่นั่นก็เริ่มทะยอยปิดประกอบกับเหนื่อยกับการเดินทางเลยไม่อยากออกไปไหนอีกแล้ว เอาเป็นว่าวันนี้ราตรีสวัสดิ์นะค่ะ
 6 กค. 60 กระชากวิญญาณตัวเองลุกจากเตียงเพื่อตรงดิ่งไปยังชายหาดซึ่งอยู่ใกล้ๆรร. เพื่อไปถ่ายพระอาทิตย์ขึ้นไม่ผิดหวังค่ะสวยงามตามท้องเรื่องน้ำทะเลใสกว่าหน้าเราอีกแต่ชายหาดที่นี่ไม่ค่อยสวยค่ะจากนั้นก็กลับมาอาบน้ำทานข้าวเช้า เสร็จแล้วออกสำรวจเกาะกันสะหน่อยเดินไปเดินมาฝนตกลงมาซะงั้น  แต่แป๊บๆก็หยุดแล้วค่ะด้วยความที่เป็นเกาะเล็กๆเลยไม่มีอะไรให้ดูมากนัก  11 โมงได้เวลาเช็คเอาท์แล้วเดินไปยังท่าเรือเพื่อไปมาเล่และนั่งสปีดโบ๊ทไปเกาะ Baa Maalhose กันนะค่ะ คุณสามารถขึ้นรถเมล์ไปยังท่าเรือได้นะค่ะแต่เราเลือกที่จะเดินเพื่อสำรวจเกาะไปในตัวและระยะทางไม่ไกลด้วยค่ะ  ระหว่างเดินไปท่าเรือเราก็ผ่านสวนสาธารณะซึ่งเราก็ไม่พลาดที่จะไปถ่ายรูปกันซะหน่อยค่อยเดินต่อไปยังท่าเรือนะค่ะ 
จากท่าเรือ Hulhumale ไป male ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีโดยเรือโดยสารค่ะ จากนั้นก็นั่งแท็กซี่ไปท่าเรือสปีดโบ๊ทเพื่อไปยังจุดหมายของเรานั่นเอง  วันนี้อากาศไม่ค่อยเป็นใจค่ะคลื่นสูงมากประมาณจากสายตาน่าจะสัก 2 เมตรได้ทำให้ใช้เวลาเดินทางไปยัง Eydhafushi ใช้เวลาไป 3 ชม.และต่อสปีดโบ๊ทไปยังเกาะจุดหมายของเราอีก 15 นาทีเล่นเอาเหนื่อยกะการเดินทางเหมือนกันนะค่ะ  ถึงท่าเรือปุ๊บเจ้าของที่พัก Dhonfulhafi inn ก็มายืนรอรับประหนึ่งว่าเป็นแขกVIP กันเลยทีเดียวซึ่งที่พักกะท่าเรือเรือใช้เวลา 5 นาทีก็ถึงแล้วจ้า  ถึงปุ๊บ..นี่เลยจ้าเวลคัมดิ้งด้วยมะพร้าวสดๆจากต้นซึ่งปลูกกันเยอะมากมีกันทุกบ้านตามด้วยผ้าเย็นสดชื่นลืมเหนื่อยกันเลยค่ะ  เนื่องจากไม่มีคนเข้าพักดังนั้นบ้านทั้งหลังจึงตกเป็นของเราแต่เพียงผู้เดียวซึ่งข้าวของเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมดนำเข้ามาจากไทยค่ะทำให้มีความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านญาติค่ะ  พักเอาแรงนิดนึงได้เวลาไปเดินชิลที่ชายหาดและดูพระอาทิตย์ตกกันแล้วจ้า


 
เครดิต : ภาพห้องและที่พักจาก Dhonfulhafi inn page
7 กค. 60  ก่อนออกไปสำรวจเกาะขอให้ข้อมูลเกี่ยวกับเกาะ  Baa Maalhose กันสักเล็กน้อยนะค่ะ เกาะ  Baa Maalhose เป็นเกาะเล็กๆอยู่ในกลุ่ม Baa Atoll ที่มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 200 คนเป็นเกาะที่มีความอุดมสมบูรณ์และอยู่ใกล้กะแหล่งท่องเที่ยวมากมาย เช่น  sand bank, picnic island จุดดำน้ำดูปลากระเบน เต่า ฉลามและอื่นๆ นอกจากนี้คุณยังสามารถไปเยี่ยมชมรีสอร์ทหรู เช่าดุสิตธานี หรือจะเป็น Soneva Fushi Resort หรือจะเดินทางไปสนามบินภายในประเทศได้ภายใน 10-15 นาทีด้วยสปีดโบ๊ท  ทั้งนี้คุณสามารถใช้บริการ one day trip หรือจะจองตั๋วเครื่องบินไปกลับมาเล่ก็ได้ติดต่อกับกับทางที่พักได้ในราคาย่อยเยาว์ค่ะ
เอาละถึงเวลาที่เราจะออกไปเดินเล่นยามเช้ากะอากาศอันแสนสบายและท้องทะเลอันสวยงามกันแล้วค่ะ เนื่องจากเกาะมีขนาดเล็กจริงๆเดินสักชม.ก็น่าจะรอบแต่เราเน้นถ่ายรูปไปเดินชายหาดชมบรรยากาศไปรู้ตัวอีกทีเกือบ 11 โมงจ้า  จนเจ้าของที่พักต้องตามไปทานข้าวเช้ากันเลยทีเดียว ว่าด้วยเรื่องของอาหารเช้าแนะนำให้ลองอาหารเช้าแบบท้องถิ่นนะค่ะเป็นทูน่าคลุกกะมะพร้าวทานกับแผ่นโรตีอร่อยใช้ได้ค่ะ  นอกจากนี้แล้วคุณยังสามารถสน๊อคเกิลหน้าหาดได้เลยค่ะขอบอกว่าปลาเยอะมากมากันเป็นฝูงใหญ่มากทั้งปลาเล็กปลาน้อยสวยงามมากค่ะอารมณ์ประหนึ่งอยู่ในตู้ปลากันเลยทีเดียว  ขอบอกว่าอุปกรณ์สน๊อคเกิลเจ้าของที่พักจัดเตรียมไว้ให้บริการฟรีไม่คิดเงินแต่น้อยค่ะ....พูดเลยฟินค่ะ
 Breakfast:
 Dinner:



Baa Maalhos view :
 อิ่มเอมกะสน๊อคเกิลแล้วเราก็ออกเดินทางไปเที่ยวชมดุสิตธานีรีสอร์ตด้วยสปีดโบ๊ทกันต่อค่ะ  ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีก็ถึงแล้วจ้าเป็นจังหวะที่ดีมากค่ะ sea plane กำลังจะขึ้นพอดีซึ่งเราไม่มีปัญญาขึ้นก็ขอให้ได้ภาพใกล้ก็ดีใจแล้วค่ะ  รีสอร์ทสวยและหรูมากค่ะแน่นอนแพงมากด้วย  นอกจากจะได้เที่ยวชมและถ่ายรูปในบริเวณที่ทางรีสอร์ทอนุญาติแล้วยังมีโอกาสได้เจอกะพนักงานคนไทยหลายคนเลยทีเดียวก็มันเป็นรีสอร์ทของคนไทยนี่น่า  ราคา one day trip สามารดูได้จากสรุปค่าใช้จ่ายด้านล่างนะค่ะ เป็นราคาที่รวมค่าเข้าชมแล้วนะค่ะ  ช่วงเย็นๆฝนตกลงมาซะงั้นแต่ไม่นานก็หยุดค่ะและก็ได้เวลากลับเกาะที่พักของเราแล้วจ้า  วันนี้เป็นวันพระจันทร์เต็มดวงของที่นี่ค่ะสวยมากๆๆยิ่งมองจากชายหาดนะเกินบรรยายค่ะ  ชาวบ้านที่นี่ก็ออกมาตกปลากันตอนกลางคืนเป็นวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและเป็นมิตรมากค่ะ  เป็นประสบการณ์ที่เยี่ยมมากเห็นเขาตกได้ฉลามด้วยนะเออและปูที่นี่ก็วิ่งสวนสนามกันเยอะมากเพราะว่าชาวบ้านเขาไม่กินปูกันนั่นเองค่ะ
Dusit Thani Resort :
   
8 กค. 60  เช้านี้อากาศดีอีกแล้วจ้าไม่พลาดเก็บบรรยากาศพระอาทิตย์ขึ้นเหมือนเคย  วันนี้เราแพลนจะไป sand bank, picnic island และดำน้ำกันค่ะ  แน่นอนค่ะใช้บริการกับทางรีสอร์ทเช่นเคยค่ะ  ซึ่งเจ้าของที่พักเป็นคนเตรียมอาหาร อุปกรณ์ไม่ว่าจะเป็นร่ม สเน๊อคเกิล ที่สำคัญขาดไม่ได้เลยคือมะพร้าว  รับรองว่าคุณจะฟินจนลืมดำกันเลยทีเดียว  พร้อมแล้วเจ้าของที่พักและคนขับสปีดโบ๊ทก็พาเรามุ่งหน้ายัง sand bank บอกได้คำเดียวว่าสวยมากกกกกกกกก น้ำนี้ใสเห็นยังกะโหลก5555  งานนี้ไม่ห่วงดำแม้แต่น้อยใช้เวลาเต็มที่บนหาดซึ่งไม่มีนักท่องเที่ยวเลยแม้แต่คนเดียวมันเริ่ดตรงนี้แหละค่ะ  จากนั้นไป picnic island กันจ้าขึ้นเกาะได้ก็ปักร่มปูผ้าปิดนิคและผักผ่อนตามอัธยาศัยซึ่งมีสิ่งมีขีวิตบนเกาะแค่นกนางนวลและพุ่มไม้เริ่ดอีกแล้วจ้า
Sand bank :


Picnic Island :


หลังจากโดนปล่อยเกาะสักบ่าย 3 เรือก็กลับมารับไปดำน้ำดูปลากระเบนและเต่ากันต่อจ้า จริงๆแล้วเราอยู่ทั้งวันยังได้นะไม่อยากกลับเลยเพราะมันสวยมากสวยเกินคำบรรยายเรียกได้ว่าสวรรค์ของคนรักทะเลเลยก็ว่าได้ ออกเรือออกมาไม่ไกลจากเกาะมากนักคลื่นเริ่มสูงฝนเริ่มมา  สรุปกระเบนกะเต่าหนีกลับบ้านกันหมดจ้าเลยอด say hello ไหนๆก็ไหนๆละไม่รอช้าค่ะรีบกลับเกาะกันดีกว่าก่อนที่คลื่นจะสูงไปมากกว่านี้  คลื่นที่นี่สูงน่ากลัวเอาการเลยนะค่ะอาจจะเป็นเพราะทะเลลึกกว่าบ้านเราหรือป่าวก็ไม่รู้นะค่ะ  ถึงเกาะแล้วรีบอาบน้ำพักผ่อนค่ะ  บทสรุปของวันนี้ไหม้เกรียมทุกอนูขุมขนกันเลยจ้า

9 กค. 60  เช้านี้อากาศดีอีกแล้วจ้าไม่พลาดเก็บบรรยากาศพระอาทิตย์ขึ้นเหมือนเคย วันนี้ไม่มีแพลนไปไหนค่ะดำน้ำหน้าหาด ถ่ายรูปและพักผ่อนกันเต็มที่ไปเลยจ้า  ตอนเย็นดินเนอร์ริมหาดกันด้วย Tuna pizza จากยักษ์และ French Fried เรียกได้ว่าแค่เฟรนไฟก็อิ่มแล้วจ้า
   


ก่อนกลับมาว่ากันในเรื่องของที่พักที่มัลดีฟส์กันสักหน่อย  บอกเลยว่าเจ้าของใจดีและเป็นมิตรมากค่ะราคาที่พักที่นี่ไม่แพงเลยค่ะเพราะเป็น local island แต่คุณภาพการให้บริการของที่นี่บวกกับความสวยงามของเกาะระดับ5ดาว++ กันเลยทีเดียว  ราคาห้องพักคืนละ 55$ ไม่รวมอาหารเช้าและ 65$ รวมอาหารเช้า ที่นี่เขาไม่คิด extra bed นะค่ะถึงแม้คุณจะมากัน 3 คนแต่ถ้านอนห้องเดียวกันเจ้าของเขาก็คิดราคาแค่ 2 คนค่ะไม่พอเท่านั้นนะค่ะเขายังบริการอาหารเช้าให้สำหรับ 3 ท่านเลยจ้าเรียกได้ว่ามา 3 จ่าย 2 ก็ได้นะ  ซึ่งแต่ละห้องใหญ่มากนอน 3 คนได้สบายๆ  แนะนำเลยค่ะ Dhonfulhafi inn คือคำตอบของนักเดินทาง คือคำตอบของผู้ที่อยากมาเยือนมัลดีฟส์ในราคาที่คุณสัมผัสได้แต่คุณภาพระดับ 5 ดาว+++

10 กค. 60  เช้านี้อากาศเป็นใจมากค่ะทะเลเรียบสงบมากคิดไม่ผิดจริงๆที่จะนั่งสปีดโบ๊ทกลับกัน  เจ้าของที่พักนัดเรา 8.00 โมงเช้าเพื่อนั่งเรือไปส่งพวกเราที่ Eydhafushi นั่นเอง  แม่เจ้าบริการดีไรขนาดนี้จากนนั้นเราก็นั่งสปีดโบ๊ทต่อไปมาเล่ใช้เวลาเพียง 2 ชม.เท่านั้นเอง สิ่งแรกที่ต้องทำคือหาร้านอาหารไทยค่ะและแล้วเราก็มาถึงร้านศาลาไทย ร้านอาหารไทยที่ราคาไม่ค่อยจะเป็นมิตรกะคนไทยอย่างเราเอาซะเลย  อิ่มท้องมีแรงแล้วก็ออกเดินเที่ยวรอบเกาะกันต่อ เนื่องจากเป็นเกาะเล็กๆเดินแป๊บเดียวรอบเกาะแล้วจ้าแต่ก็มีอะไรหลายๆอย่างให้ดูนะถึงอากาศจะร้อนแต่ก็เพลินดี ไม่ว่าจะเป็นมัสยิดเก่าแก่ที่ทำมาจากปะการังและร้านค้าต่างๆ  สัก5.30 โมงเย็นได้เวลาข้ามเกาะไปสนามบินโดยเรือโดยสารกันแล้วจ้าใช้เวลาเพียง 10 นาทีก็ถึงละ ทันใดนั้นคุณจะได้เห็นพระอาทิตย์ตกน้ำที่สวยงามมากจากท่าเรือหน้าสนามบินเลยจ้า  เรียกได้ว่าประทับใจตั้งแต่ต้นยันจบทริปกันเลยทีเดียว  เดินเล่นต่อเพลินๆเช็คอินแล้วก็ได้เวลาบ๊าย บายมัลดีฟด้วยไฟท์ 2 ทุ่ม 55 ไปยังกัวลาลัมเปอร์








ขอให้ทุกท่านสนุกกับการเดินทาง  รับรองว่ามัลดีฟส์จะอยู่ในความทรงจำของคุณไปอีกนานเท่านาน  สนใจราละเอียดการเดินทางและที่พัก ติดต่อมาเลยจ้ายินดีให้คำแนะนำและแชร์ประสบการณ์ที่คุณก็สามารถสัมผัสได้ค่ะ  Line ID : vassika7, Tel. 084-0303538 (พาน)
11 กค. 60  ถึง KL เวลาตี 4.30 ยังไม่สว่างเลยหาที่นอนก่อนดีกว่า จากนั้น 9โมงได้เวลาไปเที่ยว KL กันต่อที่ตึกแฝดและมัสยิดกลาง  ไปต่อไม่ไหวแล้วร้อนมากมายบวกกับนอนน้อยไปหน่อย หมดแรงจ้า..บ่าย 3.30 ขึ้นรถบัสกลับสนามบินพร้อมบินกลับไทยด้วยเวลา 6.40-7.50 จบทริปค่ะ





……………Have a nice trip………………….



สรุปค่าใช้จ่าย ;













ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Incredible!!!!! 6 Days in Maldives with 540$

 Whenever we think about Maldives, almost 100% of people think about the water bungalow in clear sea water and beautiful beaches with to...